โรคหู คอ จมูก ที่พบบ่อยช่วงหมอกควัน

28 มีนาคม 2568

คณะแพทยศาสตร์


ฝุ่น PM 2.5 มีผลกระทบต่อหู คอ จมูกอย่างไร
การได้รับ PM 2.5 เข้าไปทางจมูก จะทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบได้ ซึ่งอาการที่พบคือ มีอาการคันจมูก แสบจมูก จาม น้ำมูกไหล หรืออาจมีเลือดกำเดาไหล (ซึ่งพบบ่อย) นอกจากนี้ยังพบว่าอุบัติการณ์ของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนอื่น ๆ เช่น คอหอยอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ โพรงหลังจมูกอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ สูงขึ้นสัมพันธ์กับค่า PM 2.5 ที่สูงขึ้นด้วย


PM 2.5 ส่งผลอย่างไรต่อเยื่อบุจมูก
จากการทดลองวิจัยโดยหนู พบว่าหนูที่ได้รับฝุ่น PM2.5 เข้าไป จะมีการถูกทำลายของเยื่อบุโพรงจมูก สำหรับการศึกษาเพิ่มเติมกับมนุษย์โดยการสังเกตพบว่า มลภาวะทางอากาศอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเยื่อบุจมูกอักเสบภูมิแพ้ นอกจากนี้ยังส่งผลให้ผู้ป่วยจมูกอักเสบภูมิแพ้มีอาการกำเริบ และพบว่ามีอุบัติการณ์เลือดกำเดาไหลเพิ่มขึ้นด้วย
ซึ่งภาพรวมในประเทศไทยภาคเหนือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม พบว่าระดับฝุ่น PM 2.5 มีค่อนข้างสูง ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อเยื่อบุจมูกและทางเดินหายใจแล้ว ยังมีผลกระทบต่ออวัยวะอื่น ๆ เช่น เยื่อบุตาอักเสบ ผลกระทบต่อทารกในครรภ์ การพัฒนาสมองในเด็กช้าลง เพิ่มโอกาสความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ความเสี่ยงของมะเร็งปอด และความเสี่ยงความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ เป็นต้น โดยกลุ่มเสี่ยงได้แก่ เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เป็นต้น


การนอนกรน หรืออาการหยุดหายใจขณะนอนหลับ เกี่ยวข้องกับฝุ่น pm 2.5 ไหม
จากการวิจัยพบว่ามีความเกี่ยวข้องแต่ยังไม่ชัดเจนว่า PM 2.5 เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดการนอนกรน แต่มีแนวโน้มว่า มลภาวะมีความสัมพันธ์กับระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กล่าวคือ เมื่อผู้ป่วยมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับอยู่แล้ว หากสูดได้รับมลภาวะเข้าไปมาก ๆ อาจจะทำให้อาการแย่ลง


ควรล้างจมูกในช่วงมีฝุ่น PM 2.5 หรือไม่
การล้างจมูกสามารถล้างได้ในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 เพราะจะช่วยนำสารก่อภูมิแพ้ ฝุ่นละออง หรือ สิ่งสกปรก ออกมาจากจมูก ไม่ควรสั่งน้ำมูกหรือน้ำเกลือที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกแรง และในผู้ป่วยที่มีเยื่อบุจมูกอักเสบ ควรลดความแรงในการล้างจมูก เพื่อป้องกันเลือดกำเดาไหล และหากผสมน้ำเกลือใช้ล้างจมูกเอง ควรใช้น้ำสะอาดที่ใช้ดื่ม โดยใช้ในปริมาณ 500 มิลลิลิตร ผสมเกลือป่น 1 ช้อนชา หลังผสมแล้วไม่ควรทิ้งไว้นานและเก็บไว้ในอุณหภูมิปกติ การล้างจมูกนี้สามารถล้างได้ทุกวันแต่ควรล้างให้ถูกวิธี
วิธีปฐมพยาบาลในกรณีเลือดกำเดาไหล
หากมีเลือดกำเดาไหลออกทั้ง 2 ข้างของจมูกแนะนำให้บีบจมูก (บริเวณปีกจมูก) ทั้ง 2 ข้าง เข้าหาผนังกั้นจมูก ก้มหน้าลงเพื่อป้องกันการสำลักเลือดที่ไหลลงคอ หากมีเลือดไหลลงคอให้บ้วนออกทางปาก และให้หายใจทางปาก หากไหลข้างเดียวอาจบีบจมูกข้างเดียวโดยใช้นิ้วโป้งกดบริเวณจมูกข้างที่มีเลือดกำเดาไหลเข้าหาผนังกั้นจมูก โดยกดค้างไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วลองปล่อย ถ้าหากยังมีเลือดกำเดาไหลอยู่ ควรไปโรงพยาบาล สำหรับกรณีที่มีเลือดไหลออกมาปริมาณมาก หรือมีอาการหน้ามืด ใจสั่น แนะนำให้มาโรงพยาบาลทันที


วิธีปฏิบัติตัว
1. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ PM 2.5 เพื่อเตรียมรับมือตลอดเวลา
2. เมื่อจำเป็นต้องออกบ้านหรือต้องเจอฝุ่น PM 2.5 แนะนำให้สวมใส่หน้ากากอนามัย ชนิด N95 หากเป็นหน้ากากอนามัยธรรมดาหรือหน้ากากทางการแพทย์ แนะนำให้สวมใส่ 2 ชั้น
3. ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน
4. ใช้เครื่องกรองอากาศเพื่อกรองฝุ่น PM 2.5
5. สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวควรดูแลรักษาสุขภาพให้เคร่งครัด
6. พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : รศ.พญ.กรรณิการ์ รุ่งโรจน์วัฒนศิริ หัวหน้าภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เรียบเรียงโดย : นางสาวกชพร มโนรส นักศึกษาคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
นักศึกษาฝึกงานงานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มช.
#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #โรงพยาบาลสวนดอก #โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU

แกลลอรี่